สืบเนื่องจากเราเข้าไปอ่านเอนทรี่ "ผู้ชายควรมีความเป็นสุภาพบุรุษมากน้อยแค่ไหน" (http://yvesnoir.exteen.com/20080228/entry) ของคุณ yvesnoir
คอมเม้นท์ของหลายๆคนพูดถึงการลุกให้ที่นั่คนอื่นงบนรถโดยสาร(รถเมล์ รถไฟฟ้า ฯลฯ) บอกว่า ไม่ใช่ไม่อยากลุก แต่อาย กลัวคนอื่นมอง...
กลัวทำไมคะ? มองแล้วเป็นไงหรอ?
จริงๆมีหลายประเด็นค่ะ แต่ขอพูดถึงเรื่องสุภาพบุรุษก่อนแล้วกัน
มีผู้ชายคนนึงเดินมากับผู้หญิง ฝ่ายชายเดินตัวปลิว ส่วนฝ่ายหญิงหิ้วของพะรุงพะรัง ฝ่ายชายให้เหตุผลของการไม่ช่วยเหลือผู้หญิงว่า ไม่อยากโดนเข้าใจผิด...
แค่กลัวคนมองแล้วเข้าใจผิดเนี่ยนะ? จริงๆแล้วมันไม่ต้องกลัวเลยด้วยค่ะ กลัวคนเข้าใจผิดแล้วไม่กลัวคนมองว่าแล้งน้ำใจ? อันหลังนี่แย่กว่านะคะ คือ ไม่ใช่แค่ผู้ชายควรจะช่วยผู้หญิง แม้กระทั่งผู้หญิงถ้าเห็นผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยกันลำบาก อะไรที่จะช่วยได้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว มันน่าจะเป็นเซ้นส์พื้นฐานเลยด้วยซ้ำ เป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอคะ?
จริงๆเราค่อนข้างโชคดีมากๆ ที่คนรอบตัวเราแทบทุกคนเป็นคนดี (บางคนก็ดีเวอร์ซะด้วย) โดยเฉพาะหนุ่มๆในคณะเรา เรื่องความเป็นสุภาพบุรุษไม่ต้องพูดถึง สุภาพบุรุษมากเกือบทุกคนค่ะ (อาจจะเป็นเพราะว่าผู้หญิงมีน้อยก็ได้) เรื่องเทคแคร์กับเรื่องม่อมันคนละเรื่องค่ะ เทคแคร์ แต่เว้นระยะห่าง วางตัวชัดเจน ไม่เห็นต้องแคร์ใครจะพูดยังไง
อย่างเราเนี่ย เป็นคนชอบแจก ชอบซื้อหรือทำขนมไปฝากคนนั้นคนนี้ พอถึงเทศกาลนู่นนี่ก็เอาของขวัญไปให้ แถมของขวัญบางอันก็เป็น handmade ด้วย เพื่อนหลายคนที่เราให้ก็เป็นผู้ชาย (ที่รู้กันว่ายังไงก็เพื่อน) คนไม่รู้จักกันอาจจะเข้าใจผิดและมองไม่ดีก็ได้ แต่เรารู้สึกดีกับคนรอบตัวเรา เลยอยากให้ เพราะเราว่าการให้เป็นส่งความรู้สึกอีกแบบนึง
การทำเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อคนอื่นเนี่ย ถึงเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ลำบากอะไรก็ทำไปเถอะค่ะ... อย่าไปกลัวใครมอง อย่าไปใส่ใจใครเข้าใจผิด (เดี๋ยวเค้าก็ลืมแล้ว) ถ้ามัวแต่กลัวสายตาชาวบ้านจะเข้าใจผิด เราก็ไม่ต้องทำอะไรเพื่อใครนอกจากตัวเองสิคะ
อีกเรื่องคือความมักง่าย ขอยกตัวอย่างเรื่องนี้แล้วกัน เวลาไปเดินช้อปปิ้งในซุปเปอร์มาเก็ตเนี่ย จะต้องเจอเป็นประจำเลยคือ ของที่วางผิดที่ผิดทาง เหมือนหยิบมาจากชั้นแล้วเปลี่ยนใจ แทนที่จะเดินกับไปเก็บ ดันวางไว้ชั้นที่ใกล้ตัวที่สุด ทั้งที่มันเป็นคนละหมวดกัน (-_-") หรือไม่ก็พวกที่มีให้ชิมฟรีทั้งหลาย ทุกครั้งจะต้องมีถ้วยหรือถาดเล็กๆสำหรับใส่ sample อยู่ตามซอกหลืบชั้นวาง ซึ่งมันไม่ใช่ที่ที่มันควรจะอยู่เลย ถังขยะก็ใข่ว่าจะไม่มี อยู่ข้างๆที่เอามาชิมนั่นแหละ (ถ้าไม่อยากเดินกลับไปก็เก็บไว้ก่อนรอไปทิ้งที่อื่นก็ได้) ทุกทีเราเลยต้องคอยหยิบของที่อยู่ผิดที่กลับไปวางให้ถูก เก็บขยะคนอื่นไปทิ้ง เง้อ...
บางครั้งเราก็แอบหงุดหงิดนิดหน่อย แค่เดินกลับเอาของไปวางที่เดิม หรือเอาขยะไปทิ้งเนี่ย มันจะเสียพลังงานสักเท่าไหร่กันคะ?
เรื่องถุงพลาสติกก็เป็นอีกเรื่องค่ะ หลายคนซื้อของชิ้นเล็กๆชิ้นเดียว แคชเชียร์ก็ใส่ถุงพลาสติกให้ พอเจ้าตัวรับมา เอาของออกใช้ แล้วขยำถุงพลาสติกลงถัง... เราไม่เห็นด้วยอย่างแรงเลยค่ะ อย่างแรก ถ้าซื้อของแค่นั้นก็บอกเค้าสิคะว่าไม่ใส่ถุง (ไม่กี่พยางค์ พูดง่ายจะตายไป) อีกประเด็น เสียดายถุงใหม่ค่ะ พับเก็บไว้ใช้ต่อยังได้เลยนะคะ
เชื่อมั้ยคะ ก่อนหน้านี้ (สมัยที่ยังไม่ฮิตถุงผ้ากัน) เคยมีบางคนงงที่เห็นเราพกถุงพลาสติกเก่าไปช้อปปิ้ง(พับถุงใส่ไว้ในแฟ้มเยอะมาก) ซื้อของทีไร เราจะบอกว่า "ใส่ถุงนี้นะคะ" แล้วก็ยื่นถุงเก่าให้ ถ้าของเยอะ ถุงเดียวไม่พอก็หยิบถุงเก่าออกมาเพิ่มอีก เพราะมีหลายใบ... ทุกคนที่เห็นครั้งแรกแปลกใจกันหมดค่ะ แม้กระทั่งแคชเชียร์ ^^; หลายคนก็มองเหมือนมันแปลก มีคนบอกว่า ถุงเก่าก็เอาไปใส่ขยะสิ...
เราไม่อยากได้ถุงขยะเพิ่ม มีล้นบ้านแล้ว ^^
เรื่องพกถุงใส่ของเนี่ยเราทำมาเกือบสิบปีแล้ว ก่อนที่จะฮิตรณรงค์ไม่ใส่ถุงกันนานมาก ช่วงแรกๆก็ต้องเจอกับสายตาที่มองเหมือนตัวประหลาดค่ะ แต่ก็ทำให้จำหน้าเราได้ ถ้าเป็นร้านเล็กๆ พี่คนขายบางคนเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะช่วยประหยัดถุง (แค่เห็นหน้าเรา เค้าจะยิ้มถามว่า เอาถุงมารึเปล่า) พักหลังคนรอบตัวหลายคนก็หันมาทำตามเรา... เห็่นมั้ยคะ น่าภูมิใจออก เป็นผู้นำเทรนด์ ยืดอกพกถุง(ใส่ของ) ^^
ทำความดีน่าภูมิใจจะตาย น่าอายตรงไหน? ใช่มั้ยคะ