2012/Oct/07

รวมมิตรร้อยกรองที่แต่งไว้ ที่ไม่ใช่แค่บ่นๆเพ้อๆ หรือเฉพาะทาง เก่าบ้างใหม่บ้าง...
 
ช่วงนี้ผีกวีเข้าสิง บ่นนู่นเพ้อนี่เป็นกลอน... ทำให้นึกถึงสมัยเรียนที่ชอบแต่งกลอน โตมาไม่ค่อยได้แต่ง ไม่รู้ถ้าพ้นช่วงนี้ไปจะมีอารมณ์แต่งอีกไหม เลยรู้สึกอยากจะพิมพ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร คิดว่าเขียนเป็นเอนทรี่ดีกว่า เพราะบล็อกร้างนานแล้ว อัพเดทบ้างก็ดี (แม้อาจจะไม่มีใครอ่านก็ตาม... Foot in mouth)
 
กลอนบทแรกในชีวิต.... เป็นการบ้านสมัย ม.2 แต่งกลอนประกอบภาพ (สุ่ม) ได้รูปพระอาทิตย์ตกมา เลยออกมาเป็นกลอนนี้ เนื่องจากเป็นกลอนแรก เลยใช้คำเฝือไปหน่อย และจบไม่ค่อยดี (แต่ก็ภูมิใจนะ)

เมื่ออาทิตย์เลือนลับจากขอบฟ้า     ทั่วทั้งหล้าหม่นหมองมิสดใส
ดวงตะวันจะลาขอบฟ้าไป     ดั่งดวงไฟดับมิดโลกมืดมัว
ยามนภาไร้แสงจากตะวัน     ทุกสิ่งพลันแลแต่ความสลัว
ความหมองหม่นมืดมิดพาใจกลัว     ใจระรัวกลัวแสงจะจากไป
แต่อาทิตย์จากไปยังหวนกลับ     เหมือนมารับการเริ่มต้นของวันใหม่
แสงสว่างลิบๆอยู่รำไร     เป็นแสงชัยส่องพาความรุ่งเรือง
 
(วันก่อนแปะไว้ใน facebook มีคนถามว่าขุดมาจากไหน เกือบครึ่งอายุยังเก็บไว้อีกหรอ... ก็แปลกใจที่เจอคำถามนี้ เพราะไม่ได้เก็บ มันฝังอยู่ในหัวมากกว่า แต่งเองยังไงก็จำได้)
 
หลังจากนั้น ก็ชอบแต่งกลอนเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นกลอนหวานๆ ทั่วไป

จะฝากใจส่งไปในดวงดาว   ทุกทุกคราวที่เธอมองคงได้เห็น
ฝากคำรักส่งผ่านสายลมเย็น   ให้คอยเป็นสื่อกลางระหว่างเรา

ส่วนครั้งแรกกับ โคลงกระทู้ (และยังเป็นครั้งเดียว นับถึงตอนนี้)... แต่งให้เข้าธีมอำลาเพื่อน ตอนม.3

จำจากพรากต่างร้าง     แรมไกล
ใจต่างสะอื้นไห้     ห่มร้อง
ลาลับห่างกันไกล     ยังไป่ลืมหลัง
จากร่างร้างเพียงคล้อง     จิตให้ยืนยง

หลังจากนั้นเรียกว่าไม่ได้แต่งร้อยกรองอีกเลย เน้นไปทาง fiction มากกว่า และแปลงเพลงบ้าง (จนผีกวีเข้าสิงเอาช่วงนี้)

กาพย์ยานี 11.... เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จู่ๆ ก็คิดว่า เกิดมาไม่เคยแต่งกาพย์เลย อยากลองแต่งดูบ้าง ในใจคิดธีมขึ้นมาว่าเป็นอารมณ์เศร้าลึกๆ เหนื่อยและเคว้งคว้างอยากมีคนปลอบประโลม... แต่งออกมาแล้วมีคนทักว่าอกหักเลย

แอบร้องไห้ในใจ     น้ำตาไหลหลั่งพรั่งพรู
ไม่อาจให้ใครรู้     ทนเจ็บช้ำเพียงลำพัง
แม้เพียงเสี้ยวเวลา     รู้ดีว่าไม่อาจหวัง
หมดเรี่ยวแรงกำลัง     ยังฝืนทำเป็นเข้มแข็ง
ทรมานทนกล้ำกลืน     ต้องทนฝืนทำเสแสร้ง
อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง     หมดทั้งตัวและหัวใจ
หากมีที่พักพิง     ให้ละทิ้งความเจ็บไป
น้ำตาขอหลั่งไหล     ซบตรงไหล่ใครสักคน

เมื่อกี้ อยากแต่ง โคลงสี่สุภาพ เลยลองแต่ง ด้วยอารมณ์อยากตำหนิตัวเองที่ไม่กล้าทำ ไม่กล้าลุย

ยามเยาว์ฝันใฝ่ได้     ตามจิด
เติบใหญ่กลับขลาดคิด     ไขว่คว้า
รีรอบ่ลิขิต     ชีวิต ตนเอง
พลั้งพลาดยังโทษฟ้า     บ่ได้พิศตัว

Comment

Comment:

Tweet


สตางค์
View full profile